เมื่อผู้ตายมี «ทรัพย์มรดก» แต่ทายาทไม่สามารถดำเนินการรับโอนทรัพย์สินที่เป็นทรัพย์มรดกได้ ทายาทของผู้ตาย หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก ต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งเป็น ผู้จัดการมรดก จึงจะสามารถดำเนินการได้

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารแสดงความเกี่ยวข้องกับเจ้ามรดก เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ฯลฯ
  • สำเนาใบมรณบัตรของเจ้ามรดก
  • สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้ามรดก
  • สำเนาพินัยกรรม (กรณีเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมไว้ก่อนถึงแก่ความตาย)
  • เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดก เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ สำเนาสมุดบัญชีคู่ฝาก (เงินฝากในบัญชี) ฯลฯ
  • หนังสือยินยอมทายาท (แบบฟอร์มอยู่กับทนายความ)

เขตอำนาจศาลที่ยื่นคำร้อง

ยื่นคำร้องที่ศาลจังหวัดตามภูมิลำเนาสุดท้ายตามทะเบียนบ้านของเจ้ามรดก

คุณสมบัติและข้อห้ามของผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดก

  • เป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้ว (อายุ 20 ปีบริบูรณ์)
  • ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
  • ไม่เป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย อันต้องห้ามตามกฎหมาย
บุคคลที่ขาดคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ไม่สามารถเป็นผู้จัดการมรดกได้— ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718

เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตามส่วนที่กฎหมายกำหนด