การกู้ยืมเงินโดยการส่งข้อความทางช่องแชทการสนทนา ในแอปพลิเคชัน เฟซบุ๊ก (Facebook), ไลน์ (LINE) หรืออินสตาแกรม (Instagram) — ไม่จำเป็นต้องมีสัญญากู้ยืมเงิน ก็สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544

หลักฐานที่ใช้ฟ้องร้องดำเนินคดี

  1. แชทการสนทนา ระหว่างผู้กู้ (ลูกหนี้) และผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้) ที่ได้ความว่าลูกหนี้ส่งข้อความมาขอกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้
  2. หลักฐานที่ลูกหนี้ได้รับเงิน ที่กู้ยืมจากเจ้าหนี้ เช่น สลิปการโอนเงิน

กฎหมายว่าด้วย «หลักฐานการกู้ยืมเงิน»

«การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่»— ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคแรก

แต่ปัจจุบันมี พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ยืม

«ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใด เพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์»— พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7

ดังนั้น โดยผลของกฎหมายตามมาตรา 7 ดังกล่าว ผู้กู้ยืมเงินจึงไม่อาจปฏิเสธความผูกพันกับผู้ให้กู้ยืมเงินตามข้อความที่สื่อสารกันผ่านทางไลน์ (LINE) หรือเฟซบุ๊ก (Facebook) ได้

«ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 9 ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว»— พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 วรรคแรก

กล่าวคือ ข้อความแชทที่เข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ถือว่าเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ ใช้ฟ้องร้องดำเนินคดีได้

#ทนายจิรศักดิ์ #ทนายแมน #ทนายความจังหวัดมหาสารคาม #คดีกู้ยืมเงิน #คดีกู้ยืมเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ #ปรึกษากฎหมายและคดีความ